ไวอากร้า กับการแก้ปัญหาสามัญประจำบ้าน

ไวอากร้า

การมีเพศสัมพันธ์ถือเป็นเรื่องธรรมชาติของมนุษย์ และคำว่าสมรรถภาพทางเพศที่ผู้ชายส่วนใหญ่ ให้ความสำคัญก็คือ ความสามารถในการประกอบกามกิจเพื่อการเจริญพันธุ์ตามธรรมชาติและเพื่อความสุขสมร่วมกันระหว่างหญิงและชาย แต่สิ่งที่เป็นปัญหาของผู้ชายก็คือการเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ หรือการที่ อวัยวะเพศไม่แข็งแรงเพียงพอที่จะสร้างความสุขให้ได้ ไวอากร้าจึงเป็นตัวช่วยทำให้อวัยวะเพศแข็งตัวในเวลาที่เพียงพอต่อการประกอบกิจกรรมทำให้ทั้งสองฝ่ายมีความสุขสมร่วมกัน

เสื่อมสมรรถภาพทางเพศ ปัญหาสามัญประจำบ้าน

ผลจากรายงานการวิจัย ระบุสาเหตุภาวะเสื่อมสมรรถภาพทางเพศของผู้ชาย ว่าเกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัย อาทิเช่น สุขภาพร่างกาย จิตใจ หรือภาวะทางสังคม ความเครียด ระดับการศึกษา และอายุ จากสถิติตัวเลขพบว่าผู้ที่มีอายุระหว่าง 40-49 ปี พบได้ร้อยละ 20 ช่วงอายุ 50-59 ปี พบมากร้อย 45 และช่วงอายุ 60-70 ปี พบได้มากถึงร้อยละ 72 การเสื่อมสมรรถภาพทางเพศยังเปรียบเสมือนเป็นปัญหาสามัญประจำบ้านที่พบได้มากและส่งผลให้เกิดความเดือดร้อยทั้งกายและใจ ทำให้สูญเสียความมั่นใจเกิดความอับอาย ทำให้คุณภาพชีวิตแย่ลง และยังเป็นสาเหตุของการหย่าร้างที่ไม่สามารถให้คำตอบกับสังคมได้
ไวอากร้า(Viagra) กับการแก้ปัญหาสามัญประจำบ้าน

การเลือกใช้ ไวอากร้าเป็นทางออกหนึ่งในการแก้ปัญหาสมรรถภาพทางเพศ และเป็นวิธีที่ง่ายที่สุด เพียงกินยาเม็ดเดียวหลังจากนั้นอีกครึ่งชั่วโมงก็สามารถปฏิบัติกามกิจให้สุขสมได้อย่างที่ใจต้องการ แต่ปัญหานี้ไม่ได้เป็นปัญหาทางใจเท่านั้น แต่ยังเป็นปัญหาทางกายที่ก่อให้เกิดโรคภัยตามมาได้ เนื่องจาก ไวอากร้าซึ่งเป็นชื่อทางการค้าของบริษัทผลิตยา Sildenafil Citrate ได้ทำการวิจัยเพื่อผลิตยาขยายหลอดเลือดที่จะนำไปช่วยรักษาเรื่องหัวใจขาดเลือด แต่ผลการวิจัยกลับพบว่าผลข้างเคียงที่ได้จากยา กลับทำให้อวัยวะเพศชายแข็งตัวได้ ส่งผลให้ทำการวิจัยต่อเพื่อนำมารักษาโรคหย่อนสมรรถภาพทางเพศ

ไวอาก้าแก้ปัญหาหย่อนสมรรถทางภาพทางเพศได้อย่างไร

ตัวยา Sildenafil Citrate จะกระตุ้นให้ร่างกายสร้างสารไซคลิกจีเอ็มพี ไซคลิก-จีเอ็มพี สารนี้จะถูกสร้างขึ้นเมื่อได้รับการกระตุ้นทางเพศทำให้ออกฤทธิ์ด้วยการขยายหลอดเลือดแดง ช่วยคงสภาพการขยายตัวของหลอดเลือดในอวัยวะเพศชายให้ขยายตัวอยู่นาน แล้วถูกทำลายลงซึ่งไม่เช่นนั้นจะทำให้เกิดปัญหาการแข็งตัวของอวัยวะเพศที่ไม่ยอมคลายตัว สารที่ทำหน้าที่ทำลายมีคุณสมบัติเป็นเอนไซม์ มีชื่อว่า ฟอสโฟ ไดเอสเตอเรส-5

ส่วนการทำงานของยา ไวอากร้าจะออกฤทธิ์โดยการขัดขวางการทำงานของเอนไซม์นี้ ดังนั้น ไซคลิก-จีเอ็มพี จะถูกทำลายน้อยลง ส่งผลให้หลอดเลือดขยายตัวอยู่ได้ต่อไปและคงสภาพการขยายตัวอยู่ได้ประมาณครึ่งชั่วโมง ให้เพียงพอกับเวลาที่จะใช้ในการร่วมเพศ สำหรับบุคคลทั่วไปที่ไม่มีปัญหาหย่อนสมรรถภาพทางเพศ การทำงานของสารทั้งสองชนิดจะเป็นไปอย่างสมดุล จึงไม่จำเป็นต้องใช้ยาไวอากร้าเข้ามาเป็นตัวช่วย

ผลกระทบที่เกิดจากภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศ

1.ปัญหาต่อสุขภาพ ภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศ ถือเป็นโรคชนิดหนึ่งซึ่งแพทย์ระบุว่าอาการที่อวัยวะเพศชายไม่แข็งตัวอาจจะเป็นสัญณาณเตือนว่าอาจกำลังเป็นโรคบางอย่างที่ร้ายแรงในอนาคตถ้าไม่ป้องกันไว้ เพราะพบว่าผู้ชายร้อยละ 70 ที่ป่วยเป็นเบาหวาน ป่วยเป็นความดันสูง และผู้ชายที่เป็นโรคอ้วน ทั้ง 3 ปัจจัยนี้มีภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศ

2.ทำให้เกิดปัญหาครอบครัว หากไม่ทำการรักษาหรือไม่มีการพูดคุยทำความเข้าใจกันระหว่างสามีภรรยา ถึงแม้จะใช้ไวอากร้าเข้ามาเป็นตัวช่วยหรือเข้ามามีบทบาทในการใช้ชีวิตคู่ เนื่องจากเมื่อใช้ยาแล้วก็ต้องมีการกระตุ้นอารมณ์ทางเพศ เพราะกลไกของยาไม่ได้ทำให้อวัยวะเพศแข็งตัวได้อย่างเต็มที่ รวมทั้งอารมณ์ความรู้สึกของฝ่ายหญิงที่อาจตามไม่ทันหรือไม่สมดุลกัน เมื่อเก็บกดหรือสะสมไว้นานๆก็อาจกลายเป็นสาเหตุของการหย่าร้างได้ในที่สุด

ผลข้างเคียงที่เกิดจากการใช้ไวอาก้า

อาการแสดงออกเมื่อใช้ยาส่วนใหญ่ที่พบได้บ่อย จะเป็นอาการที่ไม่รุนแรงและไม่เป็นอันตรายจะเป็นอาการแสดงออกของระบบประสาท เช่น มีอาการปวด ศีรษะ คลื่นไส้อาเจียน ร้อนวูบวาบ และความดันสูง ซึ่งการใช้ ไวอากร้าจะออกฤทธิ์ต่อเมื่อมีการกระตุ้นทางเพศเกิดขึ้นก่อน และต้องมีความต้องการทางเพศเกิดขึ้นด้วย ผู้ที่ใช้ยาต้องทำความเข้าใจว่ายาไม่ได้ช่วยปลุกอารมณ์ทางเพศ ไม่ทำให้พลังทางเพศเพิ่มสูงขึ้นหรือช่วยให้ร่วมเพศได้นานขึ้น หากใช้อย่างถูกต้องภายใต้การควบคุมดูแลของแพทย์ก็ไม่เกิดผลข้างเคียงที่เป็นอันตรายใดๆ

สรุป

ภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศเป็นภาวะที่ป้องกันรักษาให้หายได้ หากบำรุงดูแลสุขภาพหลีกเลี่ยงปัจจัยที่เป็นสาเหตุสำคัญให้ทำเกิดโรคนี้ควรพบแพทย์และตรวจสุขภาพเป็นประจำ สำหรับผู้ที่ป่วยและมีภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศจำเป็นที่จะต้องใช้ ไวอากร้าเพื่อความสุขสมควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีรายละเอียดระบุไว้อย่างชัดเจน เช่นขนาดยาที่ใช้ในการรักษาคือ 25-100 มิลลิกรัม รับประทาน 1 ชั่วโมงก่อนมีเพศสัมพันธ์ และหลังอาหารอย่างน้อย 2 ชั่วโมง โดยการใช้ยาควรอยู่ภายใต้การควบคุมดูแลของแพทย์ เพียงเท่านี้ก็ช่วยให้ผู้ที่มีภาวะหย่อนสมรรถทางเพศ สุขสมได้อย่างปลอดภัย